ความเป็นมา

ปี ๒๕๓๕ ในสมัยนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน กระทรวงพาณิชย์ได้จัดให้มีการพิจารณารางวัล ผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่น (Prime Minister’s Export Award หรือ PM Export Award) เป็นครั้งแรก เพื่อแสดงถึงภาพลักษณ์ของคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าไทยในตลาดโลกโดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนและให้ความสำคัญแก่ผู้ส่งออกสินค้าและบริการที่มีผลงานดีเด่น มีการริเริ่มและพยายามบุกเบิกตลาดต่างประเทศ

ภายใต้ชื่อทางการค้าของตนเอง และมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนเองจนเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก รวมทั้งสนับสนุนการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการที่มีส่วนผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศ โดยรางวัลดังกล่าวถือเป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ส่งออกซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้มีพิธีประกาศเกียรติคุณ และมอบรางวัลดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน (ปี ๒๕๖๐) เป็นปีที่ ๒๖ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการมอบรางวัลทุกครั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ประกอบการในการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จนสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน ส่งผลให้การส่งออกสินค้าและบริการมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านปริมาณและมูลค่ารวม ทั้งเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักเข้าประเทศ

รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น หรือ Prime Minister’s Export Awardถือเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ สูงสุดสำหรับผู้ประกอบการทั้งสินค้า และบริการประเภทต่างๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระตุ้นให้ผู้ที่ได้รับรางวัล (รวมไปถึง ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้รับรางวัล)ได้มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ ในระดับสากลรวมถึงทำให้ผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากต่างประเทศเพิ่มความเชื่อมั่นต่อผู้ส่งออกของไทยที่ได้รับรางวัลอีกด้วย ซึ่งจากผลการดำเนินโครงการตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนถึงปี ๒๕๕๙ รวมระยะเวลา ๒๕ ปี มีบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกให้ รับรางวัลแล้วรวม ๕๐๘ บริษัท





วัตถุประสงค์ของโครงการ


เพื่อให้สินค้าและบริการของไทยสามารถแข่งขันและรักษาตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน และเป็นที่รู้จักในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น



เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการของไทย เปิดตลาดต่างประเทศโดยใช้ชื่อทางการค้าของตนเอง






เพื่อกระตุ้นให้มีการพัฒนารูปแบบสินค้าที่เป็น ของผู้ผลิต/ผู้ส่งออกและออกแบบโดยคนไทย รวมทั้งสร้างชื่อเสียงทางการค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ในตลาดต่างประเทศเพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าและบริการส่งออกของไทยมากขึ้น

ผลที่คาดว่าจะได้รับ


ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศด้วยสินค้า และบริการของไทย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ



สร้างกระแสบริโภคนิยมสินค้าไทย ให้เกิดขึ้น ในหมู่ชาวโลก ผ่านแบรนด์ไทยชั้นนำที่ได้รับรางวัลคุณภาพระดับประเทศ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องและมั่นคง



ผู้ประกอบการไทยพัฒนารูปแบบ และคุณภาพสินค้า และสามารถสร้างชื่อเสียง ให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ






สิทธิประโยชน์แก่ผู้ได้รับรางวัล

  1. สิทธิประโยชน์ด้านการรับโล่รางวัล/เกียรติบัตรจะได้รับโล่รางวัลและเกียรติบัตรจากนายกรัฐมนตรี
  2. สิทธิประโยชน์ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมกรมฯ
    1. ได้รับการคัดเลือกให้นำสินค้ามาจัดแสดงในงานนิทรรศการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทั้งในและต่างประเทศ
    2. ได้รับพิจารณาจัดสรรตำแหน่งคูหาเป็นพิเศษ ภายในงานแสดงในประเทศของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    3. ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมการจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นลำดับแรก อาทิ การจัด In-store Promotion ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ คณะผู้แทนการค้าระดับสูงเยือนต่างประเทศและการส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
    4. ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายสมทบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร้อยละ ๕๐ (ผู้ที่ได้รับรางวัลปี ๒๕๖๐ จะได้รับสิทธิ์ในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ระยะเวลาตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑)
    5. ได้รับการสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้ส่งออก ในรูปแบบการเข้าร่วมสัมมนาการฝึกอบรมเชิงลึกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
    6. การได้รับข้อมูลข่าวสารทางการตลาดจากกรมเป็นประจำทาง mobile application “DITP Connect”
    7. ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ได้รับรางวัล “PM Award Membership List” ซึ่งต่อไปกรมจะจัดกิจกรรมการตลาดให้เป็นพิเศษเฉพาะสมาชิกกลุ่ม หรือจัดโซนพิเศษให้ในกิจกรรมที่กรมจัด
  3. สิทธิประโยชน์ด้านการประชาสัมพันธ์
    1. ได้รับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในฐานะผู้ได้รับรางวัลในสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ หนังสือ PM’s Award Directory, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ และสื่อต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    2. สามารถใช้ตราสัญลักษณ์ PM Award เพื่อส่งเสริมการขายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย





สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมุลค่าเพิ่มเพื่อการค้า
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์




สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 02-507-8278