ประยุทธ์-จุรินทร์ จับมือดันส่งออกสู่เวทีโลก มอบ 37 รางวัล PM Award จากรัฐบาลให้ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น

วันที่ 26 สิงหาคม 2563 เวลา 9.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน พิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ปี 2563 (Prime Minister’s Export Award 2020)

โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รายงาน ร่วมกับนายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และคณะ ณ ตึกสันติไมตรี ทําเนียบรัฐบาล

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้มีนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในภาคการผลิตและบริการให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาทักษะผู้ประกอบธุรกิจให้สามารถใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การดําเนินธุรกิจ พร้อมทั้งสนับสนุนและกําหนดมาตรการในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาด นายกฯ กำชับเรื่องการปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal ช่วยกันขยายตลาดและโดยเฉพาะให้ดูตลาดชายแดนและประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติมในสถานการณ์นี้ และต้องขอบคุณทุกๆ กับการที่ดูแลภาคธุรกิจและลูกจ้างไม่ให้ตกงานhttps://3369cd645a38e20d61bc4c7f460e4f47.safeframe.googlesyndication.com/safeframe/1-0-38/html/container.html

นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าสินค้าวันนี้เป็นที่ต้องการของอาเซียน และสินค้าเราแข่งขันได้ ให้เน้นส่งเสริมการขายกับกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย รัฐบาลพยายามช่วยผลักดันกฎหมายให้เป็นสากล เพื่อคุ้มครองและผลักดันสินค้าของคนไทยให้ไปสู่สากล เมื่อโลกเปลี่ยนเราก็ต้องปรับ ขอให้มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าต่อไป และต้องพัฒนาสินค้าของไทยไปด้วยกัน เพื่อสร้างห่วงโซ่ และอยากให้สินค้าที่พัฒนามาจากฐานราก จากเกษตรกร พัฒนาสินค้าให้ไปสู่ระดับที่สูงขึ้น พร้อมกำชับเรื่องการท่องเที่ยว ขอให้สนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ และให้คนไทยร่วมมือกันโดยไม่ตื่นตระหนก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีการวางแผนและปฏิบัติให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2563 หรือ Prime Minister’s Export Award 2020 ถือเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการของไทย มีการพัฒนาอย่างบูรณาการในทุกสาขา และสอดคล้องกับการพัฒนาตามแผนแม่บทที่รัฐบาลได้วางแนวทางไว้

รางวัล PM Award ถือเป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจของประเทศ และเป็นการประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางถึงความสำเร็จและความทุ่มเทของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาตนเอง พัฒนาสินค้า และบริการให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งการพิจารณาคัดเลือกผู้เข้ารับรางวัลในแต่ละปี ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน 29 ปีที่ผ่านมา จะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ เป็นระบบและโปร่งใส โดยคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เราจึงมั่นใจได้ว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ล้วนแล้วแต่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยในการผลิตสินค้า และบริการที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ

นอกจากนี้ รางวัล PM Award ในปีนี้ มีความพิเศษมากขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการรับสมัครผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อกระจายโอกาสให้ไปถึงผู้ประกอบการไทยทุกท่าน ขยายฐานของผู้สมัครให้ทั่วถึงทั้ง 76 จังหวัด และเพิ่มจำนวนผู้สมัครรายใหม่ๆ ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด ทั้งนี้เพื่อยกระดับและพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตจากระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับสากล และเพื่อให้ก้าวทันพัฒนาการในโลกดิจิทัลในปี 2563 คณะกรรมการพิจารณารางวัลฯ ได้กำหนดให้มีการมอบรางวัล Prime Minister’s Export Award ใน 7 ประเภทรางวัล และมีบริษัทที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก และตัดสินให้เข้ารับรางวัลรวม 34 บริษัท 37 รางวัล

“กระทรวงพาณิชย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจไทยผ่านรางวัล PM Award จะเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจให้ผู้ประกอบการรักษามาตรฐาน และคุณภาพ รวมทั้งเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการ อันจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” นายจุรินทร์ กล่าว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (บางกระสอ) 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000